~~Merry X'mas~~

posted on 20 Dec 2007 19:02 by warmness

 

 

 

 

 

 

 

                              

                               

 

      

 

 

 

 

 

ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ที่กำลังจะมาถึง

เปลี่ยนธีมใหม่และหยิบบทความนี้มาให้เข้ากับบรรยากาศ 

ชอบกันมั้ยเอ่ย 

 

 

 

 

 

 

 

 

คริสต์มาส คือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม

คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษา อังกฤษ Christmas

มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse

ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า"

คำว่า" Christes Maesse"

พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038

และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas

ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมายเช่นกัน

คำว่า "มาส" แปลว่า"เดือน" เทศกาลคริสต์มาสจึง

เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสตเจ้าเป็นพิเศษ

คำว่า"มาส" คือ"ดวงจันทร์" ตีความหมายในภาษาไทย

คือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก เหมือนดวงจันทร์เป็นความ สว่างในตอน กลางคืน
 


Merry X'mas
คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณแปลว่า"สันติสุขและความสงบทางใจ"
คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ
เนื่องในโอกาสเทศกาล คริสต์มาส
ชาวไทยฉลอง"เฉลิมพระชนม์พรรษา" วันที่ 5 ธันวาคม
เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระมหากษัตริย์
ทุกปีชาวโรมันมีการระลึกถึงการสมภพของพระเจ้าจักรพรรดิ
คนท้องถิ่นอื่นก็ระลึกถึง และเฉลิมฉลองวันเกิดของกษัตริย์
หรือผู้ปกครองบ้านเมืองของตนด้วยความยินดี
แม้แต่ชาวยิวในสมัยของ พระเยซูเอง ก็ฉลองการเกิดของกษัตริย์ เฮรอด เช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ชาวคริสต์ สมัยโบราณ
ถือเอาประเพณีของชนในท้องถิ่นนั้น มาประยุกต์เข้ากับศาสนา
โดยจัดให้มีการฉลองเพื่อระลึก ถึงการบังเกิดของพระเยซูที่เขายกย่อง
 
เหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศ
ประเพณี นี้ ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4 และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป

 

 

 

 

 

ต้นคริสต์มาส

ในสมัยโบราณหมายถึงต้นไม้ในสวนสวรรค์

ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากินและทำบาป

ไม่เชื่อฟังพระเจ้า

ตั้งแต่ ศตวรรษที่11 ชาวคริสต์แสดงละครที่หน้าวัด

ถึงความหมายของคริสต์มาสและเอาตันไม้ต้นหนึ่ง

ไว้ตรงกลางเพื่อประดับฉาก

แสดงถึง บาปกำเนิดของอาดัมและเอวา

ต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสน

เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุดในประเทศเหล่านั้น

การแสดงละครคริสต์มาสแบบนี้ มีมาเป็นเวลาช้านานหลายร้อยปี

จนถึงศตวรรษที่15 พระสังฆราชหลายแห่งได้ห้ามแสดง

เนื่องจากการแสดงนั้นกลายเป็นการเล่น เหมือน ลิเกล้อชาวบ้าน

ผู้ปกครองบ้านเมือง และศาสนาซึ่งไม่ตรงกับบรรยากาศของการฉลอง

 

ชาวบ้านรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสดูละครสนุกๆแบบนั้นอีก
จึงไปสนุกกันที่บ้านของตน โดยเอาต้นไม้มาไว้ที่บ้าน
เพราะต้นไม้เป็นจุดเด่นในลานวัด ที่เขาเคยร่วมสนุกกัน
จากนั้นก็เริ่มมีการแขวนลูกแอปเปิ้ลและแขวนแผ่นขนมปังเพื่อระลึกถึง
 
ศีลมหาสนิท ซึ่งก็มีวิวัฒนาการ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
จนในที่สุด ก็กลายเป็นขนมและของขวัญ อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

แม้ว่าประเพณีการตั้งต้นคริสต์มาสมีความเป็นมาดังกล่าว

ชาวคริสต์ในสมัยนี้ก็ยัง นิยมทำกันอยู่

เพราะเห็นว่ามีความหมายถึงพระเยซู ผู้เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งชีวิต

 ที่เขียวสดเสมอในทุกฤดูกาล

ซึ่งหมายถึงนิรันดรภาพของพระเยซู

และนอกจากนั้น ยังหมายถึงความสว่าง ของพระองค์เสมือนแสงเทียน

ที่ส่องในความมืด ทั้งยัง หมายถึงความชื่นชมยินดี

และความสามัคค